What’s With The Land Surveys? (Thai Version)

หมายเหตุ อาจจะมีการสะกัดหรือใช้คำผิดๆ เจ้าของบล๊อกนี้เลยต้องขอโทษแต่มันใจว่าพี่ๆน้องคงเข้าใจในความหมายทั้งหมด

การสำรวจที่ดิน 2556-2560

ในโลกโซเซียล์ เพื่อนๆครอบครัวหลายๆเคยเห็นผมโปส์ทรูปบ่อยๆที่ถ่ายในการสำรวจที่ดิน ณ หลายแห่งต่างจังหวัด แล้วมักจะมีถามเกิดบ่อยจากคนที่สงสัยถามผมสั้นๆอย่างเช่น สำรวจที่ไหนบ้าง? สำรวจเพื่ออะไร? เคยได้แต่ตอบสั้นๆกลับไปสักประโยคเดี่ยวแต่การแลกแปลี่ยนสั้นๆอย่างนี้คงไม่เกิดความเข้าใจลึกกว่าคนจะกดไลค์ก่อนผ่านๆไป บางคนเคยเข้าใจผิดว่าที่ไปสำรวจถ่ายรูปนั้นๆเป็นหน้าที่งานหลักผม หรือเป็นสิ่งที่ทำสนุกๆฆ่าเวลาเฉยๆโดยไม่มีมีเป้าหมาย ปลายทางที่แน่นอนแต่ความจริงไม่ไช่เรื่องงานหลักและไม่ได้ทำสนุกเฉยๆ (แม้ว่าผมสนุกในการทำ)เพราะฉนั้นวันนี้ผมเลยตั้งใจอธิบาย ปัจจัยต่างๆ เป้าหมาย และ เหตุผลที่ผมต้องไปสำรวจที่ดิน อย่างจริงใจนานเป็นปี เพื่อคนอืนที่เรารู้จักอ่านแล้วอาจเกิดแรงบันดาลใจทำตามเรียนแบบ ปรึกษาทำด้วย หรือแม้แต่ชี้ทางให้คำแนนำก็ตาม

The road less traveled promises both risk and return.

The road less traveled promises both risk and return.

ในสี่ห้าปีที่ผ่านมานี้ ผมเริ่มสนใจเรื่องอสหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในที่ดินเปล่า ต้อนทำงานอาศัยภูเก็ต ขอบอกก่อนว่าความสนใจของผมไม่ได้เกิดมาจากความโลภโดยหวังว่าจะลงทูนซื้อเกงกำไรเพื่อขายเร็วๆง่ายๆอย่างทีคนหลายๆที่เล่นอหาริมทรัพสนใจทำกัน แต่ผมสนใจหาทีดินเปล่าเพื่อจะคอยๆใช้ประโยษที่ดินนั้นไว้ทั้งส่วนตัวและคนใกล้ตัวเรา เพื่อทดลองพัตณาวิธีชิวิตอย่างทดแทนและยั่งยืน ทีจะสร้างความสุขและความเจรินด้วยความรู้ลงมือ ทั้งปัญญาท่องถินดั่งเดิมผสมเทคโนโยี่วิธีทางใหม่ที่สามารถค้นหาในอินเตอร์เนตหนังสือต่างๆแล้วนำใช้เป็นประโยชไม่ว่าจะอยู่หงใดในโลกใบนี้

ที่เคยทำงานเป็นสือมวลชลเริ่มเป็นนักข่าวจนกว่าได้เป็นบรรณาธการบริหารรวมประสบการรสายนี้เกือบ10ปีทำให้เราเข้าใจในเรื่องเสังคมวิทยาศาสการเมืองโลกและแนวทางอนาคตคอนข้างเน่นมาก ถึงปัจจับันย้ายมากทำงานด้านเกษตกรรม เมล็ดพันพืช ระดับภาคพื้นทวิบเอเซีย โดยยังต้องตีความแยกแยะสือและข้อมูลเทร็จจากความจริงออกเป็นอย่างคมชัดลึกด้วยเหตุผลแท้ ทำให้เรารู้ถึงปัจจัยสำคัณจึงต้องสร้างเป้าหมายเผิ้มประสิภาพส่วนตัวที่จะช่วยตัวเองและคนใกล้ตัวเผิ้มโอกาศที่จะกระทบน้อยลงและรอดจากวิคริตที่กำลังเกิดขื้นโดยจะเจรินโตด้วยชิวิตที่ยั่งยืน ตือที่ผ่านมาผมได้รับรู้ว่าต่อไปนี้มีโอกาศสูงที่ยุคเราต้องเจอความลำปากต่อเนื่อง อย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนในหลายร้อยปี เนืองจากเรากำลังเข้ายุกที่อากาศเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กระทบทั่วโลก แม้ว่ามืสือและหน่วยงานการเมืองหลายๆ ป่อนข้อมูลเทร็จที่หาว่าเราอยู่ในโลกร้อนเพราะกระทำของมนุษทำให้น้ำแขงในขัวโลกละลาย ต้องแก้ด้วยแดกภาษีอุตสกรรมอย่างเดี่ยว

แต่ถ้าใครเจอะลึกจริงจะภพว่าทางนักวิทยาศาสที่ใกล้เรื่องที่สุดและที่อิสระจากปัจจัยการเมืองที่ต้องให้ข้อมูลเทร็จเกียวกับทิดสดีโลกร้อน เค้าจะรับรู้ว่าความจริงคือในสิบๆปีต่อไปจากนี้ไม่ไช่ยุกโลกร้อนที่ตั้งหวั่นแล้ว แต่จริงๆแล้วเป็นยุกน้ำแข็งตั้งหาก โดยเนื่องจากประอาทิตเรามีแน้วโนมที่อ่อนล่งมากทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงตามโดยพวกเราต้องประสบกับปัญหาที่เกิดจากเปัจจัยในฟ้าทำให้เมขในฟ้าเผิ้มเข้น ปริมาณน้ำฝน พยุ หีมะ น้ำแขง ผูเขาไฟระเบิก แผนดินไหว ยิ่งมากขื้นตามเป็นโซ่เชื่อมกัน โดยอากศโดยทั่วๆโลกต้องเย็นลงซึ่งจะมีผลกระทบหนักมากในวิธีชิวิตผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในการผลิดอาหารในประเทศอากาศหนาว และปันหาอืนๆก็ตามกับการโอพยพหลายร้อยล้านคนเช่น สงครมขัดแย้งและความปลอดภัยน้ำและอาหารที่มี ยิ่งคนที่ทำเฉยๆ หรือแก้ปัณหาไม่ตรงเหตุแล้วไม่เตรีมพร้อม ให้พิงตัวเองได้ ยิ่งจะกระทบและมีโอกาศลำปากจนรอดยากด้วยความรู้แนวทางนี้ที่ได้ติดตามตลอดสามสี่ปีมาทำให้เราคอยๆเตรียมตัวช่วยตัวเองและคนใกล้ตัวเรารอดและเจรินได้ในต่อไป

ประวัตการทดลองและสำรวจ

ที่ผมเริ่มสนใจหันมองเรื่องที่ดินในประเทศไทยอย่างจริงใจ คงเริ่มตั้งแต่ผมเช่าบ่านลังหนึ่งที่ติดป่าชายเลนในจังหวัดภูเก็ต เมื่อ 4-5 ปีทีแล้ว ต้อนนั้นผมเป็นบรรณาธิการข่าวที่จ.ภูเก็ต เลยร่วมกับเพื่อนที่ทำงานอีกคนหนึ่งเช่าบ้านด้วยกันที่ใกล้ๆสำนักงาน บ้านหลังที่ได้ภพ อยู่ในซอยลึกๆลับๆหรือที่คนทั่วกันอาจบอกว่าเปี่ยวๆ ทางของซอยเป็นดินผสมลูกรัง ไฟฟ้าแบบชาวบ้านจัดให้เป็นนายหน้าถึงบ้านแต่จะแพงว่ามาตฐานหลายเท่าแถมไม่ค่อยคงที่ดับบ่อยและมีความจุจ่ายไฟที่มีจำกัด น้ำก็บ่อน้ำแต่คุณภาพน้ำน้นไม่น่าไหวใจเลยต้องสั่งซื้อน้ำจากข้างนอก จ้างรถถังมาเติมถังน้ำ ผมเลยฉวยโอกาศนั้นฟึกกวิธีชิวิตทดแทนเล่นแผงโซลาร์และชิวิตที่จำเป็นต้องประยัดไฟประยัดน้ำและถือว่าเป็นโอกาศดีที่จะขยายการทดลองในด้าน พลังงานอละน้ำทดแทนร่วมถึงการเลี้ยงปลาปลุกผักนิดๆหน่อยๆ โดยลองเทคนิคใหม่ๆในระดับย่อยๆ เพื่อเผิ้มความเข้าใจและความสามารถ เทคนิคใหม่ๆต่างๆ จึงทำให้ผมมองถึงชิวิตดีเส้นทางระยะไกลระบะยาวมากขื้น เริ่มคิดในใจและเกิดฝันว่าสักวันจะได้มีที่ของผมเอง ให้ขยายการทดลองอย่างต่อเนื่อง และใช้ชิวิตแบบยั่งยืนมากเผิ้มขื้น

ที่เริ่มสำรวจที่ดินแรกๆในภูเก็ตและพังงาผมจะติดตามประกาศและโขษนาคนขายที่ดินและปล่อยเข่าที่ดินว่างเปล่า ทั้งสองจังหวัด บางวันจะขับรถตามเส้นทางที่หาในแผนที่แล้วมองหาป้ายประกาศขายและเข่า ที่ดิน พอเจอป้ายประกาศเมื่อไรก็จดเบอร์ไว้และโทรตามหารายละเอียดเผิ้ม แล้วบางที่ผมก็จะเจอที่ตามประกาศออนไลน์แล้วพยายามหาที่จริงในวันหยุด บางที่เจอที่จริงบางที่ก็ไม่เจอเนืองจากประกาศเหล่านั้นจะไม่คอยได้ร่วมแผนที่หรือพิกัดที่ตั้งอย่างชัดเจน ต้องโทรนัดคนขาย แต่ต้อนนั้นผมแค่เริ่มดูไม่ค่อยอยากนัดรบกวนคนขายเสียเวลาเค้าแค่อยากพยายามหาที่เป็นก่อน เลยว่างๆจะขับรถสำรวจหลายๆแปลงเรื่อยๆ

ช่วงนั้นได้ดูหลายสิบแปลงในหมู่บ้านคอนข้างห่างจากชุมชนหลักๆอยู่บ้านนอกของภูเก็ตและพังงาเฉียงใต้ เพราะพื้นที่นี้ยังไม่แพงเท่ากับทีมีประชากรหรือนักท่องเที่ยวไปถึงเยอะๆ พอไดดูและสำรวจหลายแปลงแล้วเริ่มรู้สึกว่ามีทางที่ผมอาจจะหาช่องซื้อได้สักแปลง ถึงว่าเราไม่มีก้อนเงินซื้อแต่เนืองจาก ประวันเครติดส่วนตัวคอนข้างดีพอมีทางที่จะกูธนาคารบางส่วนหรือเกือบทั้งหมดได้หากหาราคาขายที่ต่ำกว่าราคาธนาคารจะประเมิ้นแปลงได้ แต่แบบนี้ก็เสียงหน่อยเพราะว่ากว่าจะรู้ว่าธนาคารจะประเมินตารางว่าละเท่าไรต้อง จ้างเค้ามาทำเอง ซึ่งคนขายที่ดินส่วนมากเค้าไม่ออกค่าใช้่จ่ายตรงนี้รอแต่จะให้คนสนใจซื้อทำเอง แต่ทำใจจ้างธนาคารประเมินไม่ลงเพราะในใจคิดว่าคนขายน่าจะไปประเมินเองก่อนขาย ให้มั่นใจว่าราคาที่ขายเป็นมาตฐานแถมว่าถ้าธนาคารจะปล่อยเงินกูสำหรับทรัพสินที่ดินมักจะอยากเล่นคนพร้อมสร้างบ้านกูเป็นหลักล้านกินนี้เป็นสิบ ยี่สิบปีแต่ผมไม่อยากรับภาระนี้เป็นสิบปี ถ้าต้องเผิ้มนี้ขอเป็นนี้ที่จัดการได้ไม่เกินห้าปีก็พอ

สรุปว่าราคาที่ดินเปล่าที่ภูเก็ตและพังงาแพงมากเกินสมควร ที่ถูกที่สุดมันก็เจอชุมชนนอกๆ สามถึงห้าแสนบาทต่อแปลงทีมีเนือที่เพี่ยงห้าสิบตรางวา เท่ากับ สองร้อยตารางเมตรเอง ถ้าแปลงมีขนาดหนึ่งงานขื้นไปตีถึงหลักหลายแสนหลักล้านได้ ถึงแม้ว่าราคาประเมินจริงของกรมธนารักมันจะไม่ถึงสำหรับแปลงถูกๆเหล่านี้ก็ตามแต่คนขาย จะขายสูงกว่ามาตฐานประเมินราคาของรัฐอยู่แล้ว เลยได้แต่ลงที่ดูแปลงเรื่อยๆ เพื่ออาจะเจอแปลงที่มันไช่แต่สุดท้าย ไม่มีจังหวะที่สองจัวหวัดนี้ ระว่างสำรวจที่ได้ทดลองเทคนิตวิธีชีวิตทดแทนอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน น้ำหรือ เกษตกรรมก็ตาม

จนกว่าได้ย้ายกลับมาทำงานที่กรุงเทพๆเมื่อช่วงเดือน ก.. 2559 พอมีเวลาว่างเสาร์อาทิตย์จะค้นหาที่ใหม่ในต่างจังหวัดใกล้กรุงเทพฯแทบภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และ ภาคเหนือช่วงล้าง จังหวัดที่ขับรถไปตั้งแต่ชั่วโมงถึงสามชั่วโมง ไม่ว่าจะ นครยายก สะรบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ เพชรบุรี ประจวบๆ ได้ภพว่าที่ดินในจังหวัดเหล่านี้มันถูกมากๆหากเปรียบเทียบกับแปบงที่เคยดูในภูเก็ตและพังงา ทำให้ผมยิ่งสนใจหาที่ดีๆ เป็นงานเป็นไร่โดยหลักมืนหลักแสนต้นๆ ความเป็นไปได้และช่องทางหาทีชื้อเลยชัดเจนขื้น ถึงวันนี้ผมลงยันทึกนี้สามสีเดือนที่ผ่านมาล่าสุดนี้ผมได้ดูหลายยี่สิบแปลงในหลายจังหวัดมาแล้ว หลักแสนสองแสนบาทเอง ตั้งแต่หนึ่งงาน ถึง 4 ไร่ ขัดเลือกเรื่อยๆ ล่งทูนค่าน้ำมันเดินทางค่าค่ากินนอนต่างจังหวัด ค่าบำรุงซ่อมรถ อธิเปลี่ยล้อใหม่ ซ่อมระบบช่วงล้างให้ปลอดภัย แต่ต้อนนี้รู้สึกใกล้แล้วที่จะตัดสินใจซื้อสักแปลงตามฝัน

Survey Criteria

สำรวจที่ดิน”

ในเบื่องต้นผมหมายถึง การตรวจสอบแปลงที่ดินราคาเบ่าๆที่หาในอินเตอร์เนตหรือตามท่องที่จริงอย่างรอบคอบ ทั้งเอกสารสิทธ์และปัจจัยอืนๆที่เกี่ยวของกับที่ดินแปลงนั้นและทั้งลงไปดูแปลงที่ดินจริงและรอบๆบริเวรชุมชนของที่ดินนั้น ในการขัดเลือกศักรยาภาพจะมองแลพพิจรณาถึงปัจจัยสำคัณที่ผมตั้งเองดั่งนี้

บริเวณชุมชนที่ตั้งของที่ดิน

  • เดินทางไปทีนั้นพอสะดวกที่จะเดินทางไปกลับบ่อยๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต (ละเอียดเผิ้มในปัจจัยคมนาคม)
  • หมู่บ้านนั้นน่าอยู่ไหม เมื่อเราเดินทางไปที่นั้นมีความรู้สึกอย่างไรชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนนั้นเค้าดูอย่างไร ดูเหมือนมีความสุขไหม ยิ้มให้กับเราไหม มองหน้าเราอย่างไร พูดจาแบบไหนบ้าง อะไรประมาณนี้
  • หมู่บ้านชุมชนนั้น พอมีสัญญาที่จะมีอนาคตที่จะเจรินเขื้นมากน้อยแค่ไหน (ไม่ว่าจะอยู่ที่นั้นแบบถาวรหรือจะขายในราคาที่ดีกว่าซื่อในอนาคต)

เอกสารสิท และรูปเขตของแปลง

  • แปลงที่ดินมีกรรมสิทแท้ที่สามารถใช้ประโยษที่ดินทันที ได้หรือไม่ (เป็นโฉนดหรือเปล่า)
  • โฉนดนั้นมีประวัตความเป็นมาอย่างไร รวมถึงราคาประเมินกลางของกรมธนารักและสถานที่ตั้งในระบบกรมที่ดิน มีระบุให้อ้างอืนได้หรือไม่
  • ในระบบค้นหารูปพื้นที่ของกรมที่ดิน แปลงนั้นเป็นอย่างไร รูปแนวเขตนั้นตรงตามกับทางและแปลงอืนๆที่ระบุในโฉนดและที่ใช้ในความจริง หรือเปล่า
  • แนวเขตที่ดิน หมุดที่ดิน อยู่ตรงไหนให้เห็นชัดเจนได้หรือไม่ หากไม่พอมีหมุดที่ดินหรืออืนๆที่จะอ้างอิงให้มันใจก่อนต้องเสนอซื้อหรือนัดรังวัด
  • ที่ดินอยู่ในเขตสีอะไรตามแผนที่ยุตศาตบ้านเมือง แล้วเขตนั้นสามารถทำอะไรได้ มีข้อห้ามอะไรบ้าง ฮธิเขตสีเขียวทำเกษตกรรมเลี้ยงสัตวได้ เขตชุมชนห้ามเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ
  • ที่ดินอยู่ในเขตหรือติดเขตอืนๆที่อาจมี ผรบ หรือหน่วยฝ่ายรัฐควบคุมบ้างไหม เช่นป่าไม้ เขตชุมชน อุตสกรรม ฯลฯ

คมนาคม

  • ทางถนนไปถึงทีดินสะดวกมากน้อยแค่ไหน เป็นที่ตาบอดหรือต้องใช้ทางเข้าผ่านที่ของคนอืนหรือเปล่า ดูจากเอกสารสิทธ์ที่เกี่ยวของระบุชัดเจนว่ามีทางสธรณะประโยทติดแปลงจริงหรือเปล่า แถมต้องดูจากการเปรียบเที่ยบเส้นทางถนนจริงในภาพดาวเทียมที่ระบุแนวเขตแปลงของระบบกรมที่ดิน
  • แล้วสภาพทางถนนนั้นจะสามารถขับรถผ่านไปถึงที่ได้ตลอดปีหรือเปล่า ทั้งระดูแห้งแล้งและรดูฝน ถึงแม้ว่าทีดินถูกๆมักจะไม่ค่อยมีถนนทางสธรณะประโยษแบบสภาพทางดีๆเมักจะเป็นถนนดินยกระดับหรือถนนลูกรังก็ตามแต่ต้องดูว่าในการใช้ถนนเส้นนั้นจะมีปัญหาน้ำค้างหรือดินสลายน้ำท่วม ยับเรียบแค่ไหนรถเล็กและใหญ่จะผ่านยากแค่ไหน ทางจราจรกว้างแคบแค่ไหนหากว่าจะต้องเอารถบรรทุกใหญ่ๆเพื่อนำส่งวสดุดิบเข้าไปที่ดิน อย่างน้อยควรกว้าง 3 เมตร และมี clearance สูงสัก 5 เมตรขื้นไป
  • บริเวณที่ดินนั้นใกล้ไกลจากสถานีรถไฟหลักๆมากแค่ไหน เนื่องจากประเทศไทยกำลังพัตนาและปติวัทโครงสร้างทางรถไฟและคมาคมมวลชน มีหลายหมู่บ้านที่จะต้องยิ่งเจริน ในอนาคตหลังจากมีรถไฟความเร็วสูงไปถึง หากว่าที่ดินอยู่ใกล้พอที่จะปันจักรยานไปถึงจากสถานนี้รถไฟได้ก็ดี จะได้มีเหลือกในปัจจุบันและอนาคตในการเดินทางที่ไม่ไช่แค่ขับรถอย่างเดี่ยว ไม่ควรเกิน 30 กีโลแต่ยิ่งใกล้ยิ่งดี

ไฟฟ้าน้ำประป่า

  • แม้ว่าน้ำประปาและไฟหลวงเป็นปัจจัยสำคัณที่ดสุดสำหรับคนทั่วๆไปที่จะหาซื้อทีดินเปล่า แต่สำหรับผมไม่จำเป็นเพราะการทดลองของผมครอบถึงการผลิตพัตณาพลังงานและน้ำคุณภาพโดยวิธีเทคนิคแบบทดแทนและยั่่งยืน (alternative, sustainable methods) ไม่ว่าจะเป็นผลิดพลังงาน จากพระอาทิตย์ ปั่นไฟด้วยมพลังมนุษ น้ำ ลม หรือ กำเนิดไฟวิธีอืนๆ การเก็บกรองบำรุงน้ำจากแหล่งธรรมชาติก็เช่นกัน

ระดับพื้นที่ ความเสียงพิบัตน้ำท่วม

  • ต้องดูว่าบริเวณที่ดิน ทั้งหมู่บ้าน ตำบลนั้น มีประวัตน้ำท่วมอย่างไร ซึ่งต้องค้นหาข่าวจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ล่าสุดที่ผ่านมา เช่น 2554, 2559-2560 เป็นต้น เวลาลงพืนที่จริงต้องทักชาวบ้านเอยถามถึงน้ำท่วมครั้งล่าสุดว่าเป็นยังไงบ้าง นอกจกนี้ให้ตรวจสอบแผนที่น้ำท่วมหลายๆที่ระบุวิเคราะผลกระทบ ดูจากภาพดาวเทียมแอปและข่าวต่างๆ ถ้ากระทบหนักหรือบ่อยต้องหาเหตุผลแท้ มันเกินเพราะอะไรแน่ ด้วยปัจจัยหรือปัณหาในระดับพื้นที่หมู่บ้านหรือใหญ่กว่านั้น เช่นเพราะรบบรระบายน้ำในหมู่บ้านไม่สมบูณ ไม่มีท่อหรือช่องระบายในหมู่บ้านนั้นหรือว่าอาจถึงระดับตำบลและอำเภอ (อธิ น้ำค้างที่คลองเพราะขยะหรือผักตบชาวา) แล้วปัจจัยเหล่านั้นเป็นปัจจัยที่เราเองคนเดี่ยวสามารถแก้เองได้หรือเป็นปัจจัยต้องแก้ด้วยเวลาและการร่วมกับฝ่ายหลายๆใช้เวลาและเงินมากน้อยแค่ไหน
  • ดินในที่ดินนั้นหรือใกล้เคียงพอมีที่จะถมเองและขุดคลองและบ่อเล็กๆในที่เพื่อจะทดลองในการเก็บใช้และระบายน้ำไม่ให้กระทบจากน้ำท่วมรอบๆ และไม่ให้กระทบเพื่อนบ้านด้วยอย่างที่เป็นปัญหาทุกๆวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น pump circulation, storage, moats, levees, waterproofed retaining boundaries, etc
  • ยิ่งไม่มีไฟฟ้าแรงสูงหรือที่เค้าเรียกกันว่าไฟไหลวงเข้าไปถึงที่ยิ่งดี เพราะหากว่าจะมีปริมาณน้ำท่วมในแถวๆนั้นเยอะเมื่อไรทำให้เสียง คือชุมชนทีมีน้ำท่วมปัจจุบันมักจะเสียงไฟชอทอันตลัยถึงชิวิตได้แต่ ไฟฟ้าแบบทดลองมันจะควบคุมง่ายกว่าและเสียงน้อยกว่า แถมให้เราเรียนรู้กับวิธีชิวิตแบบพอเพียงมากขื้น
  • ภุมิศาสตเมาะสำหรับ กางเตนท์ในช่วงแรกๆ และเมาะที่จะคอยๆตั้งหลัก ปลุกต้นไม้รอบๆ ถ้ามีเขาใกล้เคียงจะช่วยลดกระทบจากภายุมาจากแทบทะเลแต่อาจเผิ้มโอกาศกระทบจากน้ำเขาหลายเมื่อมีปริมาณฝนมากช่วงหนึ่งช่วงใด
  • ยิ่งเป็นบริเวณล่มน้ำ หรือชุมชนที่เติบโตรวจเร็ว ต้องระวังดีๆเนื่องจากแม่น้ำและช่องระบายน้ำต่างๆมีสิทธืทีจะเปลี่ยนทิดทางได้ง่ายๆ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *